<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-8310874</id><updated>2011-04-21T17:59:37.433-07:00</updated><title type='text'>คิดนอกคอก ทำนอกคัมภีร์: ดร.ไสว บุญมา</title><subtitle type='html'>แก่นความคิดจากหนังสือระดับโลก 9 เล่มที่นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร นำมาแนะแต่ไม่นำมาทำ พร้อมบทวิพากษ์แสกหน้านโยบายคิดใหม่ทำใหม่ ผลงานลำดับที่ 12 ของอดีตนักเศรษฐศาสตร์อาวุโสธนาคารโลก คอลัมนิสต์รับเชิญประจำหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ และ เนชั่นสุดสัปดาห์</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://kidnokkok.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kidnokkok.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Oh My God Publishing</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15063423040217193787</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/3.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>13</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8310874.post-109743641016902516</id><published>2004-10-10T13:05:00.000-07:00</published><updated>2004-10-10T12:26:50.173-07:00</updated><title type='text'>ก่อนจะถึง “คิดนอกคอก ทำนอกคัมภีร์”: กว่าจะรู้เดียงสา</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/10.jpg"&gt;&lt;img style="BORDER-RIGHT: #000000 1px solid; BORDER-TOP: #000000 1px solid; MARGIN: 2px; BORDER-LEFT: #000000 1px solid; BORDER-BOTTOM: #000000 1px solid" src="http://photos1.blogger.com/img/176/1839/320/10.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;book &lt;a target="ext" href="http://www.hello.com/"&gt;&lt;img style="BORDER-RIGHT: 0px; PADDING-RIGHT: 0px; BORDER-TOP: 0px; PADDING-LEFT: 0px; BACKGROUND: none transparent scroll repeat 0% 0%; PADDING-BOTTOM: 0px; BORDER-LEFT: 0px; PADDING-TOP: 0px; BORDER-BOTTOM: 0px" alt="Posted by Hello" src="http://photos1.blogger.com/pbh.gif" align="absMiddle" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;ห&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ากจะถามถึงนักเศรษฐศาสตร์แถวหน้าที่ออกมาวิพากษ์การบริหารประเทศของนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร อย่างเอาจริงเอาจังที่สุดคนหนึ่งแล้วล่ะก็ หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของ &lt;span style="color:#339999;"&gt;ดร.ไสว บุญมา&lt;/span&gt; รวมอยู่ด้วย เนื่องด้วยประสบการณ์ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจากทั่วโลกกว่า ๓๐ ปี ทำให้นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหญ่ท่านนี้มี “คลังข้อมูลและความรู้” อย่างเหลือเฟือในการวิเคราะห์วิพากษ์นโยบายต่างๆ ของรัฐบาล &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;br /&gt;ย้อนกลับไป 1-2 ปีที่แล้ว ขณะที่"กูรู"กว่าค่อนประเทศกำลังสรรเสริญนโยบาย “คิดใหม่-ทำใหม่” ของนายกฯ ทักษิณอย่างมืดฟ้ามัวดิน พร้อมประสานเสียงไปในทางเดียวกันว่า นายกฯ ท่านนี้จะพาประเทศไทยเข้าสู่ยุคทองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ ดร.ไสว เป็นหนึ่งในนักเศรษฐศาสตร์ที่ออกมาสวนกระแสเขียนเตือนผ่านคอลัมน์ประจำของตัวเองใน &lt;em&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;กรุงเทพธุรกิจ&lt;/span&gt;&lt;/em&gt; และ &lt;em&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;เนชั่นสุดสัปดาห์&lt;/span&gt;&lt;/em&gt; อย่างต่อเนื่องว่า นายกฯ ทักษิณน่าจะกำลังนำพาประเทศสู่ทิศทางแห่งความเสี่ยงและความเสื่อมมากกว่า &lt;em&gt;“ผมพยายามทักท้วงมาตลอดแม้จะต้องทะเลาะกับใครต่อใครหลายคน รวมทั้งเพื่อนรักบางคนด้วย มันอาจเป็นชะตาของชาติไทยที่จะต้องไปทางนั้น ผมดีใจที่ไม่ใช่เป็นคนเดียวที่ “รู้ทัน”… บางทีมันจะยังไม่สายเกินไปกระมัง”&lt;/em&gt; ดร.ไสว กล่าวไว้ครั้งหนึ่งในการแลกเปลี่ยนระหว่างกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ท่ามกลางกระแส “ขาขึ้น” อย่างสูงสุดของนายฯ ทักษิณ ชินวัตร ในปี 2546 ดร.ไสว ได้เขียนหนังสือ &lt;em&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;ประชานิยม: หายนะจากอาร์เจนตินาถึงไทย?&lt;/span&gt;&lt;/em&gt; (สำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์) ซึ่งเป็นการนำเสนอบทเรียนคลาสสิกทางประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของอาร์เจนตินาและประเทศไทย และนโยบายแนวประชานิยมอย่างเป็นระบบเป็นครั้งแรก เพื่อให้ข้อคิดกับผู้อ่านชาวไทยว่าปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทยนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือคิดใหม่แต่อย่างใด เพียงอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจในอดีตจนถึงปัจจุบันของประเทศต่างๆเท่านั้น ทั้งนี้อาจแตกต่างในรูปโฉมภายนอกบางประการ แต่แก่นแท้แล้วไม่ได้ต่างกันเลย &lt;em&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;“เราเก่งกว่าเขาจริง หรือว่าเราไม่ได้อ่านประวัติศาสตร์ (หน้า 197)”&lt;/span&gt;&lt;/em&gt; และยังบอกอีกว่าหากรัฐบาลยังคงใช้แนวทางประชานิยมอย่างเข้มข้นต่อไป ประเทศไทยอาจต้องพบกับโศกนาฏกรรมในท้ายที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วงเวลานั้นผู้ปรารถนาดีต่อบ้านเมืองหลายท่านถึงกับออกมาค่อนขอดนักเศรษฐศาสตร์ที่พูดถึงผลกระทบร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นจากนโยบายแนวประชานิยมที่รัฐบาลกำลังดำเนินอยู่ว่าเป็นพวกนักวิชาการที่ไม่มีหัวใจ หรือไม่ก็เป็นพวกที่ติดอยู่กับทฤษฎีอันคับแคบของวิชาเศรษฐศาสตร์แนวเสรีนิยมอย่างไม่ลืมหูลืมตา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในยุคที่คำว่า “ประชานิยม” เริ่มเป็นที่สนใจของสังคมมากขึ้นเช่นปัจจุบัน ดร.ไสว บุญมา ถือเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ใครหลายคนนึกถึง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกแต่อย่างใดหากดูจากประสบการณ์และสิ่งที่เขาเตือนไว้ก่อนหน้านี้ผ่านงานเขียนชิ้นต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และในปลายปี 2547 อันยุ่งเหยิงของสังคมไทย ดร.ไสว กลับมาอีกครั้งในรูปแบบพ็อคเก็ตบุ๊คที่แหวกแนวกว่าที่เคย นอกเหนือจากการพบกับผู้อ่านเป็นประจำทุกสัปดาห์ผ่านคอลัมน์ &lt;em&gt;“บ้านเขา-เมืองเรา”&lt;/em&gt; และ &lt;em&gt;“บ้านนอก-เมืองนอก”&lt;/em&gt; โดยคราวนี้มาพร้อมกับ &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;“คิดนอกคอก ทำนอกคัมภีร์”&lt;/span&gt; อันมีที่มาจากคอลัมน์ยอดฮิต &lt;em&gt;“หิ้งหนังสือทักษิณ”&lt;/em&gt; ที่เขียนติดต่อกันหลายเดือนในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ ซึ่งเป็นการนำหนังสือภาษาอังกฤษเล่มดังที่นายกฯ ทักษิณแนะนำในคณะรัฐมนตรีจำนวน&lt;strong&gt; 9&lt;/strong&gt; เล่ม มาสรุปสาระสำคัญให้ผู้สนใจแต่อาจไม่ชำนาญภาษาฝรั่ง หรือผู้ที่ไม่มีเวลาอ่านฉบับเต็มๆได้อ่านกันแบบจุใจและย่อยง่าย เสริมด้วยบทวิพากษ์อย่างไม่เกรงอกเกรงใจแบบไม่ต้องปีนบันไดอ่านถึงการแนะอย่าง-ทำอย่างของท่านผู้นำที่หลายคนอ่านแล้วบอกว่า &lt;em&gt;“โดนใจแต่ยังน้อยเกินไป”&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้หนังสือทั้ง &lt;strong&gt;9&lt;/strong&gt; เล่มที่ ดร.ไสว คัดสรรมาสรุปสาระสำคัญล้วนเป็นหนังสือที่ได้รับการกล่าวขวัญและติดอันดับขายดี Bestseller จากต่างประเทศมาแล้วทั้งสิ้น และบางเล่มก็อาจผ่านหูผ่านตาผู้อ่านชาวไทยมาบ้างแล้ว ส่วนบางเล่มก็เพิ่งวางจำหน่ายในต่างประเทศได้เพียงไม่กี่เดือน เช่น &lt;em&gt;Ten Deadly Marketing Sins : Signs and Solutions&lt;/em&gt; ของปรมาจารย์การตลาดชื่อดัง ฟิลิป คอตเลอร์ เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากทั้ง &lt;strong&gt;9&lt;/strong&gt; เล่ม มีอยู่เล่มหนึ่งที่ ดร.ไสว ให้ความสำคัญเป็นพิเศษถึงกับชำแหละเชิงวิพากษ์ละเอียดยิบแบบบทต่อบทอย่างน่าชื่นชมยิ่ง นั่นคือ &lt;em&gt;The Mystery of Capital: Why Capitalism Triumphs in the West and Fails Everywhere Else&lt;/em&gt; ของนักเศรษฐศาสตร์ชาวเปรู &lt;em&gt;เฮอนานโด เดอ โซโต&lt;/em&gt; อันเป็นที่มาของนโยบาย “แปลงสินทรัพย์เป็นทุน” ที่รัฐบาลหมายมั่นปั้นมือว่าจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะทำให้คนจนหมดไปจากสังคมไทยในอีก 5 ปี ดร.ไสว กล่าวว่าหนังสือเล่มนี้มีความผิดพลาดเบื้องต้นทางความคิดอยู่ เพราะฉะนั้นหากรัฐบาลนำแนวคิดนี้มาใช้อย่างไม่รอบคอบ(แม้ว่าจะมีเจตนาดี) อาจนำความเสียหายใหญ่หลวงมาสู่ประเทศ และยิ่งหากกระบวนการในการจัดทำนโยบายมีความไม่โปร่งใสและผลประโยชน์แฝงเร้นเข้ามาเกี่ยวข้องดังที่สาธารณชนกำลังตั้งข้อสงสัยต่อนโยบายนับไม่ถ้วนของรัฐบาล ก็มีแนวโน้มสูงว่าสุดท้ายแล้วผู้ที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายนี้อย่างเต็มปากเต็มคำจริง ๆ จะเป็นกลุ่มทุนผู้มีอำนาจและมหาเศรษฐีที่เกี่ยวข้องมากกว่าจะเป็นคนยากคนจนดังคำโฆษณา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลำพังการนำหนังสือระดับโลก &lt;strong&gt;9&lt;/strong&gt; เล่มมาย่อยประเด็นให้อ่านกันง่ายๆไว้ในเล่มเดียว ถือเป็นความคุ้มค่าทางปัญญาในระดับหนึ่งแล้ว แต่การที่ผู้อ่านสามารถนำองค์ความรู้และแนวคิดจากหนังสือเหล่านั้นมาตรวจสอบ “ผู้แนะนำ” ได้ชัดเจนกว่าที่เคยว่าสิ่งที่เขาพร่ำแนะกับสิ่งที่เขาพร่ำทำเป็นสิ่งเดียวกันหรือไม่อย่างไรและมันจะนำไปสู่สิ่งใด ก็นับเป็นมูลค่าเพิ่มยกกำลังสองของ &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;“คิดนอกคอก ทำนอกคัมภีร์”&lt;/span&gt; อย่างแท้จริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;ชื่อหนังสือ  : &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;คิดนอกคอก ทำนอกคัมภีร์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ผู้เขียน       : &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ดร.ไสว บุญมา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ปีที่พิมพ์     : &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;2547&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;ราคา          : &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;255 บาท&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;สำนักพิมพ์  : &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;โอ้ พระเจ้า พับลิชชิ่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;จัดจำหน่าย : &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8310874-109743641016902516?l=kidnokkok.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109743641016902516'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109743641016902516'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kidnokkok.blogspot.com/2004/10/blog-post_10.html' title='ก่อนจะถึง “คิดนอกคอก ทำนอกคัมภีร์”: กว่าจะรู้เดียงสา'/><author><name>Oh My God Publishing</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15063423040217193787</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/3.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8310874.post-109674203772896353</id><published>2004-10-02T11:11:00.000-07:00</published><updated>2004-10-10T11:47:36.326-07:00</updated><title type='text'>ปกหลัง: คิดนอกคอก ทำนอกคัมภีร์</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/backcover.1.jpg"&gt;&lt;img style="BORDER-RIGHT: #000000 1px solid; BORDER-TOP: #000000 1px solid; MARGIN: 2px; BORDER-LEFT: #000000 1px solid; BORDER-BOTTOM: #000000 1px solid" src="http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/backcover.1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;book &lt;a target="ext" href="http://www.hello.com/"&gt;&lt;img style="BORDER-RIGHT: 0px; PADDING-RIGHT: 0px; BORDER-TOP: 0px; PADDING-LEFT: 0px; BACKGROUND: none transparent scroll repeat 0% 0%; PADDING-BOTTOM: 0px; BORDER-LEFT: 0px; PADDING-TOP: 0px; BORDER-BOTTOM: 0px" alt="Posted by Hello" src="http://photos1.blogger.com/pbh.gif" align="absMiddle" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8310874-109674203772896353?l=kidnokkok.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kidnokkok.blogspot.com/feeds/109674203772896353/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8310874&amp;postID=109674203772896353' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109674203772896353'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109674203772896353'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kidnokkok.blogspot.com/2004/10/blog-post_02.html' title='ปกหลัง: คิดนอกคอก ทำนอกคัมภีร์'/><author><name>Oh My God Publishing</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15063423040217193787</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/3.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8310874.post-109606920419229932</id><published>2004-09-24T16:21:00.000-07:00</published><updated>2004-10-10T11:48:10.503-07:00</updated><title type='text'>หนังสือทั้ง 9 เล่มมีอะไรบ้าง</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;หนังสือเล่มดังที่ ดร.ไสว นำมาสกัดแก่นความคิดใน&lt;/span&gt; "คิดนอกคอก ทำนอกคัมภีร์" &lt;span style="color:#339999;"&gt;:&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;เล่ม ๑&lt;/span&gt; Rethinking the Future: Rowan Gibson&lt;br /&gt;เมื่อโลกเปลี่ยน เราก็ต้องเปลี่ยน&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;“…คุณไม่สามารถมองอนาคตว่าเป็นความต่อเนื่องจากอดีต เพราะว่าอนาคตจะแตกต่างออกไป…เมื่อความรู้และเทคโนโลยีใหม่นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงแบบพลิกแผ่นดินอีกครั้งในปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ หรือในช่วง ๒๐–๓๐ ปีที่ผ่านมา วิชาบริหารจัดการของยุคอุตสาหกรรมเริ่มใช้ไม่ค่อยได้ผล ธุรกิจที่ยังใช้การบริหารจัดการแบบเก่าเริ่มประสบปัญหาร้ายแรง หลายแห่งประสบกับความล่มสลาย…”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;เล่ม ๒&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#339999;"&gt;What the Best CEOs Know: Jeffrey Krames&lt;br /&gt;สุดยอดผู้บริหารระดับโลกรู้อะไร ?&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บิลล์ เกตส์ (Bill Gates) แห่ง ไมโครซอฟท์ (Microsoft)&lt;br /&gt;แจ๊ค เวลช์ (Jack Welch) แห่ง จีอี (General Electric)&lt;br /&gt;หลุยส์ เกอรสท์เนอร์ (Louis Gerstner) แห่ง ไอบีเอ็ม (IBM)&lt;br /&gt;ไมเคิล เดลล์ (Michael Dell) แห่ง เดลล์คอมพิวเตอร์ (Dell Computer)&lt;br /&gt;แอนดี้ โกรฟ (Andy Grove) แห่ง อินเทล (Intel)&lt;br /&gt;เฮอร์บ เคลเลเฮอร์ (Herb Kelleher) แห่ง สายการบินเซาท์เวสต์ (Southwest Airlines)&lt;br /&gt;แซม วอลตัน (Sam Walton) แห่ง วอล-มาร์ท (Wal-Mart)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;em&gt;เจ็ดเซียนนี้รู้อะไร...และมีอะไรร่วมกัน ?&lt;/em&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;เล่ม ๓&lt;/span&gt; Business @ the Speed of Thought: Bill Gates&lt;br /&gt;เมื่อบิลล์ เกตส์แนะ ทุกคนเงี่ยหูฟัง&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“…วิธีเก็บ บริหาร และใช้ข้อมูลของคุณจะเป็นตัวชี้ขาดว่าคุณจะชนะหรือแพ้…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;เล่ม ๔&lt;/span&gt; Leading at the Speed of Growth: Katherine Catlin และ Jana Matthews&lt;br /&gt;ผู้ประกอบการควรอ่านก่อนธุรกิจจะล่มสลายไปกับตา&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“…คนส่วนมากอยากเป็นตัวของตัวเองและอยากร่ำรวยด้วยการเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่จำนวนมากต้องเลิกล้มไปในเวลาไม่นาน….มีน้อยคนที่จะสามารถปรับตัวได้และอยู่ดูแลกิจการไปจนเติบใหญ่และมั่นคง…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;เล่ม ๕&lt;/span&gt; Execution: Larry Bossidy และ Ram Charan&lt;br /&gt;บริหารจัดการอย่างไรให้เป็นเลิศ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“…ทั้งที่วิชา Execution หรือ ศาสตร์การทำให้สัมฤทธิ์ มีความสำคัญยิ่ง แต่ผู้บริหารจำนวนมากมักไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้หรือมักไม่ให้ความสำคัญ เป็นเหตุให้เขาเหล่านั้นประสบความล้มเหลว…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;strong&gt;เล่ม ๖&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;Ten Deadly Marketing Sins: Philip Kotler &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;ฟิลิป คอตเลอร์ ชี้บาปทางการตลาดที่นำธุรกิจสู่นรก…และวิธีขึ้นสวรรค์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“กูรูการตลาดหมายเลขหนึ่งของโลก Philip Kotler ชี้ชัดๆถึงข้อบกพร่องร้ายแรงเข้าขั้นเป็น บาป (Sins) ของการตลาดในยุคปัจจุบันทั้ง ๑๐ ประการ ….และวิธีกำจัดบาปเหล่านั้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;เล่ม ๗&lt;/span&gt; It’s Alive: Christopher Meyer และ Stan Davis&lt;br /&gt;คลื่นลูกที่ 4: เมื่อการปฏิวัติทางพันธุศาสตร์ประสานโลกธุรกิจ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“…ยังมีวิวัฒนาการอีกด้านหนึ่งซึ่งจะมีผลใหญ่หลวงในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า นั่นคือ การสนธิกันระหว่างเทคโนโลยีของยุคข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งกำลังก่อให้เกิดยุคที่ ๕ เรียกว่า ยุคโมเลกุล…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;เล่ม ๘&lt;/span&gt; As the Future Catches You: Juan Enriquez&lt;br /&gt;รู้ไว้ก่อนโดนอนาคตเขมือบ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“…ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในยุคต่อไปจะยิ่งรวดเร็วขึ้น เพราะเทคโนโลยีดิจิตัลและเทคโนโลยีพันธุกรรมจะเสริมซึ่งกันและกัน….ช่องว่างระหว่างสังคมที่เข้าใจและสามารถใช้เทคโนโลยีทางพันธุกรรมกับสังคมที่ไม่มีภูมิปัญญาทางนั้นจะกว้างยิ่งขึ้นเป็นพัน ๆ เท่า…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;เล่ม ๙&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;The Mystery of Capital: Hernando de Soto&lt;br /&gt;อันเป็นที่มาของนโยบาย “แปลงสินทรัพย์เป็นทุน” ของรัฐบาล&lt;br /&gt;ชำแหละวิพากษ์ “ความลี้ลับของทุน” แบบบทต่อบท&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“…ทุนจะมีความลี้ลับตามที่ เดอ โซโต อ้างหรือไม่คงไม่สำคัญเท่าไรนัก แต่หนังสือของเขาและความตั้งใจของรัฐบาลที่จะนำแนวคิดการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนมาใช้ น่าจะมีความลี้ลับสำหรับคนไทยใน ๔ แง่…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;บทส่งท้าย:&lt;/span&gt; Lateral Thinking &amp;amp; แก่นพุทธศาสน์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“…ความสามารถในการคิดนอกกรอบตามหลักของ Edward de Bono ของท่านนายกฯ ทักษิณ เหมาะกับเวลา ทว่าเท่าที่ผ่านมามาตรการหลายอย่างตกอยู่ในจำพวกคิดนอกคอกและทำนอกคัมภีร์ที่ท่านพุทธทาสและปราชญ์จำนวนมากสอนไว้…”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ภาคผนวก:&lt;/span&gt; การเฉลิมฉลองของคนโง่ The Celebration of Fools&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“…พูดถึงการเฉลิมฉลองของคนโง่ ประเด็นอาจจะเป็นว่าใครบ้างที่ “โง่” ? ผมคงเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น เพราะกำลังแกว่งกระบาลหากระบอง หรือแกว่งเท้าหาเสี้ยน แต่ผมโง่ไม่เป็นไร ขออย่าให้คนไทยส่วนมากโง่ก็แล้วกัน โง่เพราะหลงเฉลิมฉลองอย่างดีอกดีใจกับผลประโยชน์เพียงเล็กน้อยที่รัฐบาลหยิบยื่นให้จากนโยบายแนวประชานิยม โดยไม่รู้ว่ามันจะพาประเทศชาติไปสู่ความล่มจมในอนาคต…”&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;&lt;em&gt;&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;&lt;em&gt;**โปรดอ่านหัวข้อ "บทความ "ทักษิณ ชินวัตร อ่านอะไร?"" ประกอบ&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8310874-109606920419229932?l=kidnokkok.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kidnokkok.blogspot.com/feeds/109606920419229932/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8310874&amp;postID=109606920419229932' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109606920419229932'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109606920419229932'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kidnokkok.blogspot.com/2004/09/9.html' title='หนังสือทั้ง 9 เล่มมีอะไรบ้าง'/><author><name>Oh My God Publishing</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15063423040217193787</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/3.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8310874.post-109670517202305237</id><published>2004-09-24T16:14:00.001-07:00</published><updated>2004-10-10T11:49:07.386-07:00</updated><title type='text'>คำนิยม</title><content type='html'>&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;ใ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;นยุคที่โลกเปลี่ยนเร็ว รัฐบาลคิดเร็ว คิดใหม่ และทำเร็ว คนไทยต้องเข้าใจกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะเป็นสิ่งที่จะกระทบการดำเนินชีวิตของทุกคน ก็เป็นเรื่องดีที่นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรแนะนำหนังสือใหม่ ๆ ให้คนไทยอ่านอยู่เสมอเพื่อที่จะให้คนไทยเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลกทางด้านต่าง ๆ ตลอดจนแนวคิดใหม่ ๆ ที่อาจจะนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินชีวิตของแต่ละคนได้ อย่างไรก็ตาม หนังสือเหล่านี้เขียนด้วยภาษาที่คนไทยทั่วไปเข้าไม่ถึง จึงเป็นที่น่ายินดีที่ ดร. ไสว ได้นำแก่นความคิดของหนังสือมาเสนออย่างกระชับและเข้าใจง่าย และยิ่งไปกว่านั้น ดร. ไสว ยังได้ใช้ประสบการณ์กว่า ๓๐ ปีที่คลุกคลีอยู่กับงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก วิพากษ์ทั้งหนังสือและนโยบายหลายอย่างของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ในฐานะผู้ที่รู้จักและร่วมงานกับ ดร. ไสว มานาน ตั้งแต่สมัยที่เราทำงานอยู่ที่ธนาคารโลกด้วยกันเมื่อยี่สิบห้าปีมาแล้ว ผมขอแนะนำหนังสือเล่มนี้ให้ทุกท่าน ถ้าต้องการทันโลก และทันรัฐบาล อย่าพลาดหนังสือเล่มนี้นะครับ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ดร. ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)&lt;br /&gt;นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติสาขาเศรษฐศาสตร์ ประจำปี 2547&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;blockquote&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;เ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ป็นที่น่าชื่นชมมากที่ ดร. ไสว บุญมา ใช้เวลาพักผ่อนหลังจากทำงานกับธนาคารพัฒนาเอเชียและธนาคารโลกเป็นเวลากว่า ๓๐ ปี มาเขียนหนังสือให้คนไทยได้อ่านและคิด&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;หนังสือ &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;คิดนอกคอก ทำนอกคัมภีร์&lt;/span&gt; เล่มนี้น่าจะมีค่าไม่น้อยกว่า ๑๑ เล่มแรกของเขา โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการรู้ว่ารัฐบาลกำลังอ่านอะไรและหนังสือเหล่านั้นมีแนวคิดหลัก ๆ อย่างไร ทั้งในด้านการบริหารธุรกิจและโอกาสเพื่อสร้างความมั่งคั่ง ด้านวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนโลก และด้านปัจจัยที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อการทำธุรกิจและต่ออนาคตของเมืองไทยในยุคที่คลื่นลูกที่ ๔ กำลังโถบถาเข้ามาอย่างหนัก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/blockquote&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;รศ. ดร. สุพิณ เกชาคุปต์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8310874-109670517202305237?l=kidnokkok.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kidnokkok.blogspot.com/feeds/109670517202305237/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8310874&amp;postID=109670517202305237' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109670517202305237'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109670517202305237'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kidnokkok.blogspot.com/2004/09/blog-post_109670517202305237.html' title='คำนิยม'/><author><name>Oh My God Publishing</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15063423040217193787</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/3.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8310874.post-109606336241139719</id><published>2004-09-24T16:11:00.000-07:00</published><updated>2004-10-10T11:50:07.700-07:00</updated><title type='text'>คำนำสำนักพิมพ์</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;ไ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ม่อาจปฏิเสธได้ว่าในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา หนังสือที่อยู่ในความสนใจของผู้อ่านชาวไทยมากที่สุดประเภทหนึ่ง ได้แก่ หนังสือที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร และแนวนโยบายที่ออกมาจากตัวเขา เกิดคำถามมากมายรายล้อมคนผู้นี้ว่า เขาคิดอะไรอยู่ ? อะไรคือวิสัยทัศน์และแนวคิดของเขา ? อะไรคือเหตุจูงใจในการเข้าสู่การเมืองของเขากันแน่ ? เพื่อประเทศชาติหรือตัวเองและพวกพ้อง ? รัฐบุรุษคลื่นลูกที่สามหรือทรราชดิจิตัล ? สวรรค์หรือนรก ? บ้างก็ว่าคนผู้นี้ได้สร้างโมเดลทางเศรษฐกิจและสังคมขึ้นมาใหม่ที่เรียกว่า &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;“Thaksinomics”&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; แต่บ้างก็ว่ามันไม่ใช่อะไรนอกเสียจากเป็นแค่ระบบ &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;“Thaksinocrony”&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; (ระบอบของคุณทักษิณ โดยคุณทักษิณ เพื่อคุณทักษิณ) ในแบบลูกกวาดอาบยาพิษเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;แน่นอนว่าเขาคือบุรุษที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุดในสังคมไทยเวลานี้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ท่ามกลางคำถามมากมายเหล่านั้น นายกฯ ทักษิณ ก็ได้สร้างปรากฏการณ์หนึ่งขึ้นมาใหม่ในการบริหารปกครอง นั่นคือ เขามักจะนำหนังสือธุรกิจเล่มดังระดับโลกมาแนะนำให้คณะรัฐมนตรีและชาวไทยได้อ่านกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งดูจะเป็นการกล่าวนัย ๆ กับสังคมว่า เนื้อหาในหนังสือเหล่านั้นคือแนวคิดและวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการของเขา นอกจากนี้เขายังกล่าวย้ำเสมอ ๆ ว่า การบริหารประเทศก็ไม่ต่างจากการบริหารบริษัท เพราะฉะนั้นแนวคิดในการบริหารจัดการทางธุรกิจสามารถนำมาใช้ในการบริหารประเทศได้ด้วย ซึ่งเราก็จะได้เห็นกันในไม่ช้า(หรือได้เห็นแล้ว ?)ว่าผลลัพธ์จะออกมาเช่นไร&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;แต่เป็นที่น่าเสียดายที่หนังสือเหล่านั้นเขียนขึ้นในภาษาอังกฤษ แม้จะมีผู้แปลออกมาแล้วบางเล่มก็ตาม ดังนั้นแนวคิดจากหนังสือที่นายกฯ ทักษิณ แนะนำ จึงเป็น "ความลี้ลับ" สำหรับคนไทยจำนวนมากที่อาจไม่เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษนัก นับเป็นโอกาสอันดีที่ &lt;span style="color:#339999;"&gt;ดร. ไสว บุญมา&lt;/span&gt; อดีตนักเศรษฐศาสตร์อาวุโสธนาคารโลก ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดมาทุกมุมโลก คอลัมนิสต์รับเชิญ(ขา)ประจำหนังสือพิมพ์&lt;em&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;กรุงเทพธุรกิจ&lt;/span&gt;&lt;/em&gt; และ &lt;em&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;เนชั่นสุดสัปดาห์&lt;/span&gt;&lt;/em&gt; ได้สรุปและสกัดเอาแก่นความคิดจากหนังสือเล่มดังที่นายกฯ ทักษิณ แนะนำ ๙ เล่ม มานำเสนอให้กับคนไทยได้เข้าใจสาระสำคัญ พร้อมบทวิพากษ์อย่างตรงไปตรงมาถึงการนำแนวคิดเหล่านั้นมาใช้ของนายกฯ ทักษิณ ว่าน่าจะเข้าข่าย “แนะอย่าง-ทำอย่าง” และ “คิดนอกคอก-ทำนอกคัมภีร์” มากกว่าจะเป็นการ “คิดใหม่-ทำใหม่” ดังที่เข้าใจกัน แต่ทั้งนี้ผู้อ่านไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับทุกข้อสรุปของผู้เขียน เพราะสิ่งสำคัญอยู่ที่การได้แลกเปลี่ยน ถกเถียง และต่อยอดทางปัญญาระหว่างกันในยุคที่ทางออกต่อปัญหาต่าง ๆ ดูจะสับสนและพร่าเลือน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;สำนักพิมพ์ &lt;span style="color:#339999;"&gt;โอ้ พระเจ้า พับลิชชิ่ง&lt;/span&gt; มีความยินดีที่จะแจ้งให้ท่านผู้อ่านทราบว่า ดร.ไสว บุญมา ได้แสดงความจำนงตั้งแต่แรกเริ่มกับทางสำนักพิมพ์ว่า รายได้ที่ ดร. ไสว จะได้รับจากการจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ ขอให้ทางสำนักพิมพ์นำไปบริจาคให้กับเด็ก ๆ ทั้งหมด ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงอบอวลไปด้วยความรู้และความรักจากผู้เขียนอย่างเต็มที่&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;“คิดนอกคอก-ทำนอกคัมภีร์”&lt;/span&gt; จะไม่มีทางสำเร็จได้หากขาดปัญญา ความเมตตา และความอดทนยิ่งของ&lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt; &lt;/strong&gt;ดร. ไสว บุญมา&lt;/span&gt; ผู้เขียน และคุณ &lt;span style="color:#339999;"&gt;ปิยาวันทน์ ประยุกต์ศิลป์&lt;/span&gt; จากเนชั่นกรุ๊ป บรรณาธิการสร้างสรรค์หนังสือเล่มนี้ สำนักพิมพ์ขอขอบคุณท่านทั้งสองเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ยุคนี้เป็นยุคของการ “รู้ทัน” เราจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;“คิดนอกคอก ทำนอกคัมภีร์”&lt;/span&gt; จะทำให้ผู้อ่านได้ &lt;em&gt;“รู้ทันกระบวนทัศน์ทางธุรกิจในยุคใหม่”&lt;/em&gt; &lt;em&gt;“รู้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก”&lt;/em&gt; และ &lt;em&gt;“รู้ทันทักษิณอย่างมีทักษะ”&lt;/em&gt; มากขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ท่านยังสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของหนังสือเล่มนี้ได้ทาง &lt;/span&gt;&lt;a href="http://kidnokkok.blogspot.com/"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;http://kidnokkok.blogspot.com/&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;สุดท้ายนี้หากท่านมีคำติชมหรือข้อชี้แนะประการใดที่ต้องการบอกกล่าวกับเราโดยตรง เชิญส่งความคิดเห็นของท่านมาได้ที่ &lt;/span&gt;&lt;a href="mailto:ohmygodbooks@yahoo.com"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ohmygodbooks@yahoo.com&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;ขอพลังและสันติสุขจงอยู่คู่กับผู้อ่านทุกท่าน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;บรรณาธิการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8310874-109606336241139719?l=kidnokkok.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kidnokkok.blogspot.com/feeds/109606336241139719/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8310874&amp;postID=109606336241139719' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109606336241139719'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109606336241139719'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kidnokkok.blogspot.com/2004/09/blog-post_109606336241139719.html' title='คำนำสำนักพิมพ์'/><author><name>Oh My God Publishing</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15063423040217193787</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/3.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8310874.post-109606791951111627</id><published>2004-09-24T16:09:00.000-07:00</published><updated>2004-10-10T11:51:27.760-07:00</updated><title type='text'>สารบัญ</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:180%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;I ผลึกสมองของกูรูและยอดผู้นำ&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;เล่มที่ ๑.&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;จากสมองของ ๑๘ ปรมาจารย์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;Rethinking the Future&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;เล่มที่ ๒.&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;บทเรียนจาก ๗ เซียนซีอีโอ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;What the Best CEOs Know&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;บทวิพากษ์ ๑&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;II ตำราของนายกฯ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;เล่มที่ ๓.&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;เหนือมันสมองของอัจฉริยะ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;Business @ the Speed of Thought&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;เล่มที่ ๔.&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;เส้นทางสู่เซียนซีอีโอ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;Leading at the Speed of Growth&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;เล่มที่ ๕.&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ศาสตร์การทำให้สัมฤทธิ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;Execution&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;เล่มที่ ๖.&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;สิบบาปที่สาปการตลาด&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;Ten Deadly Marketing Sins&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;บทวิพากษ์ ๒&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#339999;"&gt;III ทางสู่คลื่นลูกที่ ๔&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;เล่มที่ ๗.&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;ยุคเทคโนโลยีมีชีวิต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;It’s Alive&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;เล่มที่ ๘. &lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;เมื่อวันหน้าย่องมาข้างหลัง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;As the Future Catches You&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;บทวิพากษ์ ๓&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;IV ประตูสู่ความร่ำรวย&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;เล่มที่ ๙.&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;จับความลี้ลับของทุน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;The Mystery of Capital&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;บทส่งท้าย:&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#993399;"&gt;Lateral Thinking &amp;amp; แก่นพุทธศาสน์&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;ภาคผนวก:&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#993399;"&gt;การเฉลิมฉลองของคนโง่ The Celebration of Fools&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8310874-109606791951111627?l=kidnokkok.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kidnokkok.blogspot.com/feeds/109606791951111627/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8310874&amp;postID=109606791951111627' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109606791951111627'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109606791951111627'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kidnokkok.blogspot.com/2004/09/blog-post_109606791951111627.html' title='สารบัญ'/><author><name>Oh My God Publishing</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15063423040217193787</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/3.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8310874.post-109606103121808848</id><published>2004-09-24T14:40:00.000-07:00</published><updated>2004-10-10T11:52:36.733-07:00</updated><title type='text'>งานเขียนที่ผ่านมาของ ดร. ไสว บุญมา</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;1. ประชานิยม : หายนะจากอาร์เจนตินาถึงไทย ? &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;2. ไอเอ็มเอฟ ไอเอ็มเอฟ ไอเอ็มเอฟ : กะเทาะเปลือกเลือกเจาะแก่นในของไอเอ็มเอฟ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;3. เสือ สิงห์ กระทิง แรด : ไทเกอร์ วูดส์--จอร์จ โซรอส--บิล เกสต์--สหรัฐอเมริกา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;4. จดหมายจากวอชิงตัน : บทเรียนและแง่คิดด้านพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม จาก 30 ปีของการศึกษา และทำงานในมุมทุกโลก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;5. จดหมายจากบ้านนา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;6. เศรษฐกิจพอเพียง : ภูมิปัญญาชาติไทย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;7. เล่าเรื่องเมืองน้ำมัน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;8. อเมริกาที่ยังใช้ม้าเทียมไถ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;9. บ้านนอก – เมืองนอก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;10. สามแผ่นดิน : ชีวิตจริงที่เข้มข้นเหนือนวนิยาย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;11. ฟังอย่างไรจะได้ยิน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;**&lt;em&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;สามารถ&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;สั่งซื้อเล่มที่ 2 - 8 ในราคาพิเศษได้ที่ 0-2925-2308, 09-6901169, 01-9389057, 09-8973240 แฟกซ์ 0-2868-6672 หรือ &lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="mailto:ohmygodbooks@yahoo.com"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff0000;"&gt;&lt;em&gt;ohmygodbooks@yahoo.com&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8310874-109606103121808848?l=kidnokkok.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kidnokkok.blogspot.com/feeds/109606103121808848/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8310874&amp;postID=109606103121808848' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109606103121808848'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109606103121808848'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kidnokkok.blogspot.com/2004/09/blog-post_109606103121808848.html' title='งานเขียนที่ผ่านมาของ ดร. ไสว บุญมา'/><author><name>Oh My God Publishing</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15063423040217193787</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/3.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8310874.post-109606080656872900</id><published>2004-09-24T14:38:00.000-07:00</published><updated>2004-10-10T11:54:18.516-07:00</updated><title type='text'>บทความ "เก็บตกจากกองตำรา"</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;em&gt;กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2547&lt;/em&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;em&gt;ดร.ไสว บุญมา&lt;/em&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;ใ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;นขณะที่เมืองไทย กำลังประสบวิกฤติเศรษฐกิจอย่างหนัก ในปี 2540 สำนักพิมพ์ The Free Press ซึ่งมีสาขาอยู่ในหลายประเทศ พิมพ์หนังสือชื่อ &lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;em&gt;The Marketing of Nations: A Strategic Approach to Building National Wealth&lt;/em&gt;&lt;/span&gt; ออกมา โดย 1 ใน 3 ผู้เขียน คือ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รัฐมนตรีคลังปัจจุบัน ซึ่งชื่อเรื่องคงแปลยากสักหน่อยเพราะถ้าแปลว่า "การขายชาติ" ความหมายคงจะเพี้ยนไปจากความตั้งใจของผู้เขียน หรือถ้าจะแปลว่า "การทำการตลาดชาติ" ก็ดูจะขัดๆ ชอบกล คงต้องไปเรียนถามผู้เขียนว่าจะแปลว่าอะไรจึงจะเหมาะสม&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ผู้ที่มีโอกาสอ่านตำราที่มีความหนา 451 หน้าเล่มนี้ คงพอจะจำได้ว่า ผู้เขียนนำหลักวิชาการตลาดเรียกว่า &lt;em&gt;Strategic Marketing Management&lt;/em&gt; ซึ่งคงแปลว่า &lt;em&gt;"การบริหารการตลาดเชิงยุทธศาสตร์"&lt;/em&gt; มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เพราะผู้เขียนมีความเชี่ยวชาญด้านการตลาดและเชื่อมั่นว่า วิชาการตลาดจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในกิจการสารพัด&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;แต่ตำราเล่มนี้พิมพ์ออกมา 7 ปีแล้ว ผู้อ่านคงลืมเนื้อหาไปบ้าง โดยเฉพาะในบทนำ (หน้า ix) ซึ่งมีข้อความว่า &lt;em&gt;We want to take the view that a nation can be thought of as running a business and, as such, can benefit from adopting a strategic market management approach.&lt;/em&gt; สาระของประโยคนี้คือ ผู้เขียนเสนอให้มองประเทศเป็นเสมือนการบริหารบริษัทเพราะจะได้ประโยชน์จากการใช้หลักการบริหารการตลาดเชิงยุทธศาสตร์&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;หากจะกล่าวว่า ตำราเล่มนี้คือที่มาของการเอาการตลาดนำหน้ากิจการสารพัด และการมองประเทศไทยว่าคล้ายเป็นบริษัทของรัฐบาลจึงไม่น่าจะผิด การคิดเช่นนั้นจะเหมาะสมหรือไม่คงตัดสินยาก ในช่วงเวลา 7 ปีหลังจากตำราพิมพ์ออกมา การเอาหลักการตลาดนำหน้าเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและการคิดว่าประเทศคือบริษัทยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;เราจะมองเมืองไทยว่า เป็นบริษัทตามแนวคิดของ ดร.สมคิด และคณะ เราอาจจะแบ่งคนกลุ่มต่างๆ ได้ดังนี้ ผู้ถือหุ้นได้แก่คนไทยทั้งหมด รัฐบาลคือคณะผู้บริหารซึ่งผู้ถือหุ้นเลือกเข้ามาทำงาน ข้าราชการคือพนักงานประจำในบริษัทนี้ทุกคนมีหุ้นส่วน รวมทั้งผู้บริหารและพนักงานประจำ ลูกค้ากลุ่มใหญ่ได้แก่ผู้ถือหุ้นนั่นเอง ลูกค้ากลุ่มรองลงมาได้แก่ ชาวต่างประเทศ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;หลายคนในคณะรัฐบาลเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการชั้นเซียน นอกจากจะเขียนตำราเองแล้ว พวกเขายังแนะนำตำราของผู้อื่นอีกหลายเล่ม โดยเฉพาะในด้านแนวคิดและบทเรียนที่เขียนโดยปรมาจารย์ หรือ "กูรู" และนักบริหารชั้นเซียนผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดมาแล้ว แนวคิดและบทเรียนเหล่านั้นเหมาะสำหรับการบริหารธุรกิจทั้งเพื่อความอยู่รอด และเพื่อความก้าวหน้าในยุคต่อไปแห่งมิติช่วงเวลาของคลื่นลูกที่ 3 กำลังเบ่งบานเต็มที่ และคลื่นลูกที่ 4 กำลังย่างเข้ามา ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงถี่ขึ้นและรุนแรงยิ่งขึ้น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ผู้อ่านที่อาจลืมไปบ้าง ขอเรียนว่า คลื่นลูกที่ 1 มากับความก้าวหน้าอันเกิดจากความสามารถของมนุษย์ในด้านการเพาะปลูก และเลี้ยงสัตว์ซึ่งก่อให้เกิดผลผลิตสูงกว่าการเก็บของป่าและล่าสัตว์ คลื่นลูกที่ 2 เป็นผลของความสามารถในการสร้างเครื่องยนต์ซึ่งนำไปสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรม คลื่นลูก 3 เกิดจากความสามารถในการสร้างคอมพิวเตอร์ และยุคที่ 4 เกิดจากความสามารถในการถอดรหัสพันธุกรรมซึ่งอาจมีผลทำให้มนุษย์ "อยู่ค้ำฟ้า"&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ตำราเหล่านั้นแนะนำอะไรสำหรับผู้บริหารยุคใหม่ ?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;เนื่องจากตำรามีหลายเล่ม เช่น &lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;em&gt;Rethinking the Future&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;, &lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;em&gt;What the Best CEOs Know&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;, &lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;em&gt;Business @ the Speed of Thought&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;, &lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;em&gt;Leading at the Speed of Growth&lt;/em&gt;&lt;/span&gt; และ &lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;em&gt;Execution&lt;/em&gt;&lt;/span&gt; และคำแนะนำมีมาก บางอย่างอาจขัดกันบ้างในเทคนิคปลีกย่อย จึงขอกล่าวถึงเพียง 2 บางด้านซึ่งบรรดากูรูและผู้บริหารชั้นเซียนเห็นพ้องต้องกันและน่าจะเป็นหัวใจในการบริหารองค์กร&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;strong&gt;ด้านแรก&lt;/strong&gt; ได้แก่ คุณลักษณะและความสามารถของผู้นำในยุคใหม่ซึ่งอาจรวมกันได้เป็นจรรยาบรรณผสมกับมันสมอง ผู้นำจะต้องยึดมั่นในจรรยาหรือหลักของความถูกต้อง มีความเข้าใจและวุฒิภาวะที่จะยอมรับว่า ตัวเองไม่รอบรู้ไปหมดทุกอย่าง พร้อมที่จะรับฟังผู้อื่น เรียนรู้อยู่ตลอดเวลาและนำสิ่งที่เรียนรู้มาปรับปรุงตัวเองให้เหมาะกับสภาพที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;นอกจากนั้น ผู้นำจะต้องมีมันสมองปราดเปรื่องพอที่จะสามารถสร้างแนวทางระยะยาว หรือวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและเหมาะสมกับความเป็นจริงให้แก่องค์กร พร้อมทั้งสามารถที่จะสื่อให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้งและเกิดศรัทธาที่จะร่วมเดินไปตามทางนั้นโดยปราศจากความเคลือบแคลง ศรัทธาเกิดขึ้นมาจากการที่พนักงานมองเห็นว่า ผู้นำทุ่มเท อดทน เป็นธรรม ยุติธรรม ซื่อสัตย์ ซื่อตรง โปร่งใส เสมอต้นเสมอปลาย จริงใจ ไม่ทำอะไรแบบหน้าไหว้หลังหลอกหรือแบบมือถือสากปากถือศีล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;strong&gt;ด้านที่สอง&lt;/strong&gt; ได้แก่ วัฒนธรรมองค์กร ซึ่งประกอบด้วยหลักการเบื้องต้น ความเชื่อและพฤติกรรมของผู้อยู่ในองค์กร หลักการเบื้องต้นเป็นจรรยาบรรณของการทำงาน เช่น ความซื่อตรงและความทุ่มเท ความเชื่อซึ่งฟูมฟักขึ้นจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น การฝึกฝน ประสบการณ์ การกระทำและคำพูดของผู้นำ จะนำไปสู่การปฏิบัติซ้ำๆ จนกลายเป็นพฤติกรรมที่ขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความรุ่งโรจน์หรือความล้มเหลว เนื่องจากผู้บริหารส่วนมากไม่ได้สร้างองค์กรขึ้นเอง หากรับช่วงต่อจากผู้อื่น ฉะนั้นพวกเขามีภาระที่จะต้องปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งมีอยู่แล้วให้เหมาะสมกับยุค&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;บรรดากูรูและผู้บริหารชั้นเซียนเห็นพ้องต้องกันว่า การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมนั้นทำยาก และจะเป็นไปไม่ได้หากผู้นำไม่ทำตัวเป็นตัวอย่าง ทั้งในด้านจรรยาบรรณ การมีใจกว้างพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นซึ่งแตกต่างจากของตนพร้อมกับมีความอดทนเป็นเลิศ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;em&gt;หากเรามองเมืองไทยว่าเป็นเสมือนบริษัทดังที่ ดร.สมคิด และคณะแนะนำ เราน่าจะประเมินได้ว่า เมืองไทยจะพัฒนาไปทางไหนจากการประเมินคณะรัฐบาลในฐานะผู้บริหารของบริษัท&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; เช่น ผู้บริหารมีมันสมองแค่ไหน มีจรรยาบรรณเพียงไร และจะสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองและวัฒนธรรมองค์กรให้ทันสมัย รวมทั้งทำให้เกิดความศรัทธาได้มากน้อยเพียงไร&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;ผมคิดว่า ถ้ามองจากแง่นี้อนาคตของเมืองไทยไม่น่าจะสดใสเท่าไรนัก&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; แน่ละคณะผู้บริหารมีมันสมอง หลายคนเป็นถึงครูบาอาจารย์และจำนวนมากเป็นผู้บริหารชั้นเซียนมาก่อน แต่ปัญหาอาจอยู่ที่จรรยาของพวกเขา&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;เช่น หากเรามองเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งอาจเกิดเมื่อไรก็ได้เพราะพวกเขาและครอบครัว ไม่เลิกทำธุรกิจส่วนตัวอันเป็นบรรทัดฐานของจรรยาบรรณในระบอบประชาธิปไตย เราพอจะเห็นได้เลาๆ ว่าพวกเขามีจรรยาบรรณมากน้อยแค่ไหน ผลประโยชน์ทับซ้อนและพฤติกรรมของผู้นำทำให้หลายบริษัท เช่น เอนรอน และไทโค ประสบปัญหาเลวร้ายและผู้บริหารหลายคนเริ่มเดินตามกันเข้าคุก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;หากเมืองไทยประสบปัญหาเลวร้ายในทำนองนั้น ใครจะจับผู้บริหารเข้าคุก? คงต้องไปถาม ดร.สมคิด และคณะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8310874-109606080656872900?l=kidnokkok.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kidnokkok.blogspot.com/feeds/109606080656872900/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8310874&amp;postID=109606080656872900' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109606080656872900'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109606080656872900'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kidnokkok.blogspot.com/2004/09/blog-post_109606080656872900.html' title='บทความ &quot;เก็บตกจากกองตำรา&quot;'/><author><name>Oh My God Publishing</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15063423040217193787</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/3.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8310874.post-109607425912478182</id><published>2004-09-24T14:15:00.000-07:00</published><updated>2004-10-10T11:56:02.960-07:00</updated><title type='text'>บทความ "ทักษิณ ชินวัตร อ่านอะไร?"</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;ที่มา : มติชนรายวัน 2 ก.ย. 2546&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;/strong&gt; &lt;em&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;+ ประชาชาติธุรกิจ 23 กันยายน 2547&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;Rethinking the Future &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;โดย : Rowan Gibson&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;นายกฯ ทักษิณบอกว่า ให้อ่าน Rethinking the Future เพื่อปรับกระบวนทัศน์ทางความคิดให้ทันกระแสโลก โดยต้องอ่าน Rethinking the Future เป็นเล่มแรก เพราะคำว่า Rethinking เป็นที่มาของสโลแกนพรรคที่ว่า "คิดใหม่ ทำใหม่" โดยหนังสือเล่มนี้จะช่วยปรับกระบวนทัศน์ทางความคิดทุกมิติเพื่อให้เข้าใจว่า โลกเปลี่ยนไป กระบวนทัศน์ทางความคิดก็ต้องเปลี่ยนไป Rethinking the Future จะทำให้รู้ว่าเรื่องใดที่คิดเก่าก็ต้องให้คิดใหม่ แต่ถ้ายังกระแทกความคิดไม่ได้ ต้องเอาเล่มที่สองคือ As The Future Catches You&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;As The Future Catches You &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;โดย : Juan Enriquez&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;As The Future Catches You หรือ "เมื่ออนาคตไล่ล่าคุณ" เป็นหนังสือเล่มแรกที่นายกฯทักษิณแนะนำในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2545 ซึ่งสร้างความฮือฮาเป็นอย่างมากจนมีการนำมาแปลเป็นภาษาไทย หนังสือเล่มนี้เขียนโดย "ฮวน เอ็นริเก้" มีเนื้อหากล่าวถึงการพัฒนาเพื่อมุ่งไปสู่อนาคตที่รวดเร็วมาก โดยชี้ให้เห็นถึงพัฒนาการของเทคโนโลยี 3 อย่างที่ครอบงำโลกอยู่และหลายคนยังไม่รู้ตัว นั่นคือ ดิจิตอล เทคโนโลยี จีโนมมิกส์ และ นาโน เทคโนโลยี โดยเทคโนโลยีทั้งสามนี้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษย์ในทศวรรษอันใกล้นี้ รวมทั้งส่งผลต่อธุรกิจต่างๆ เป็นอันมาก ดังนั้น ปัจจัยที่จะมีผลต่อความมั่นคงและความมั่งคั่งของประเทศจึงมีมากกว่าเรื่องการศึกษา ประชาธิปไตย ความสามารถในการแข่งขัน การเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้ผู้คน แต่ยังประกอบด้วยเทคโนโลยีอีกด้วย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;The Mystery of Capital &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;โดย Hernando de Soto&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;"เฮอร์นันโด เดอ โซโต" อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มีเนื้อหาที่มีอิทธิพลต่อนโยบายแปลงสินทรัพย์เป็นทุน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;Business@The Speed of Thought &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;โดย Bill Gates&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;นายกฯ กล่าวว่าหนังสือเล่มนี้ของบิลล์ เกตส์ จะช่วยฝึกการเลือกใช้ข้อมูล การกระตุ้นให้ทุกฝ่ายตระหนักให้สร้างความสามารถเชิงการแข่งขัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;Execution: The Discipline of Getting Things Done &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;โดย Larry Bassidy และ Ram Charan&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;วันที่ 17 ธันวาคม 2545 นายกฯทักษิณแนะนำหนังสือ Execution: The Discipline of Getting Things Done โดย Larry Bassidy และ Ram Charan ในที่ประชุม ครม.ว่า เป็นหนังสือทางธุรกิจที่เขานำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานและเป็นขั้นตอน นำเอาสิ่งที่คิดฝันไปปฏิบัติให้เป็นความจริง นำมาบอก ครม. เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ของซีอีโอ ทุกคนมีหน้าที่ต้องวางเป้าหมายและทำทุกอย่างเพื่อให้ถึงเป้าหมาย การทำงานให้เป็นผลสำเร็จถือเป็นหัวใจของการทำงานที่แท้จริง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;What the Best CEOs Know: 7 Exceptional Leaders and Their Lessons for Transforming any Business&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;โดย Jeffrey A. Krames&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ต.ท.ทักษิณยกหนังสือ "What the Best CEOs Know: 7 Exceptional Leaders and Their Lessons for Transforming any Business" ที่เขียนขึ้นโดย Jeffrey A. Krames ขึ้นมาประกอบวาระ ครม.เรื่องผู้ว่าฯซีอีโอ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;It’s Alive&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;โดย Christopher Meyer และ Stan Davis&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;ตามมาด้วย It's Alive ที่แนะนำเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม โดย คริสโตเฟอร์ เมเยอร์ เป็นหนังสือเกี่ยวกับเทคโนโลยีในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า เนื้อหาเกี่ยวกับการบริหารเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทุกอย่างเปรียบเสมือนสิ่งมีชีวิต ดังนั้น จะต้องปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่ทันสมัย โดยเป็นการเน้นย้ำถึงเทคโนโลยีที่สำคัญคือ โมลิกูลาเทคโนโลยี ที่ประกอบด้วย นาโนเทคโนโลยี, ไบโอเทคโนโลยี และแมตทีเรียลเทคโนโลยี โดยในทุก 10 ปีข้างหน้าจะมีอัตราเร่งทางเทคโนโลยีจะเร็วมากขึ้น 2 เท่าของในอดีต ดังนั้น อย่าคิดวางแผนให้สมบูรณ์เพียงอย่างเดียว ต้องมีความเร็วด้านการบริหารจัดการด้วย รวมทั้งการดูแลบริหารส่วนล่าง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;Leading at the Speed of Growth : Journey from Entrepreneur to CEO&lt;br /&gt;โดย Katherine Catlin&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;คือให้มีการเปลี่ยนแปลงองค์กรอย่างรวดเร็ว โดยรายละเอียดในหนังสือจะกล่าวถึงการตั้งองค์กรใหม่ๆ ที่จะต้องมีผู้นำที่เป็นผู้กระทำเอง และเป็นคนที่ตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในองค์กร เมื่อองค์กรพัฒนาไปอีกขั้นก็จะเป็นผู้ที่มอบหมายงานให้ผู้อื่นไปปฏิบัติ และเมื่อพัฒนาต่อไปก็จะเป็นผู้กำหนดทิศทางองค์กรว่าจะไปในทิศทางใด&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;Ten Deadly Marketing Sins : Signs and Solutions&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;โดย Philip Kotler&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;นักการตลาดชื่อดัง ซึ่งเคยมาแสดงวิสัยทัศน์ในงานสัมมนา CEO forum &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ในหัวข้อ Marketing Thailand และ Marketing Move ในเมืองไทย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;"พุทธทาสทางการเมือง"&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;โดย พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ได้ศึกษาธรรมะจากหนังสือของท่านพุทธทาสแล้วเห็นว่า เป็นหลักปรัชญาชั้นสูง จะทำความเข้าใจได้ยาก แต่ถ้าเข้าใจแล้วนำมาปฏิบัติจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิต เปลี่ยนแปลงการดำรงชีวิตได้อย่างมาก ทำให้ปล่อยวางเรื่องต่างๆ ได้มาก ถ้าไม่มีหลักธรรมะดังกล่าวยึดเหนี่ยว การปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องเผชิญปัญหาต่างๆ มากมาย คงไม่ลุล่วงมาได้ถึงทุกวันนี้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;Lateral Thinking &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;โดย Edward De Bono&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;“มีเนื้อหาเกี่ยวกับการรู้จักคิดออกนอกกรอบ ไม่ยึดติดกรอบจนกลายเป็นอุปสรรคการทำงาน”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8310874-109607425912478182?l=kidnokkok.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kidnokkok.blogspot.com/feeds/109607425912478182/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8310874&amp;postID=109607425912478182' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109607425912478182'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109607425912478182'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kidnokkok.blogspot.com/2004/09/blog-post_109607425912478182.html' title='บทความ &quot;ทักษิณ ชินวัตร อ่านอะไร?&quot;'/><author><name>Oh My God Publishing</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15063423040217193787</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/3.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8310874.post-109605769755798067</id><published>2004-09-24T14:14:00.000-07:00</published><updated>2004-10-10T11:56:57.083-07:00</updated><title type='text'>บทความ "บทเรียนคล้องจอง, คำทำนายถูกต้องนะคร้าบ"</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;em&gt;&lt;strong&gt;กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2547&lt;br /&gt;อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ&lt;/strong&gt;&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;strong&gt;ผมอ่านคอลัมน์ &lt;span style="color:#339999;"&gt;"บ้านเขาเมืองเรา" &lt;/span&gt;ของ &lt;span style="color:#339999;"&gt;ดร.ไสว บุญมา&lt;/span&gt; ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าด้วยการเมืองในประเทศเวเนซุเอลา ที่ประชาชนกว่า 3 ล้านคน เข้าชื่อกันถอดถอน ประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ ทำให้เกิดอาการเครียด จนนอนไม่ค่อยหลับเพราะห่วงอนาคตของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" เป็นอันมาก&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;อาจารย์ไสวเขียนบอกไว้ว่า &lt;em&gt;"การกระทำของประธานาธิบดีชาเวซ ส่วนมากมีรากฐานจากความ&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;em&gt;อยากเป็นใหญ่นานๆ และมีอำนาจแนวเผด็จการด้วย เขาเริ่มรณรงค์เพื่อเปลี่ยนรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยทันทีที่เขาได้รับตำแหน่ง ทั้งที่รัฐธรรมนูญฉบับนั้นเป็นฐานของการปกครองมาเกือบ 40 ปี นับว่ายั่งยืนมากเมื่อเทียบกับประเทศในย่านละตินอเมริกา......."&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;"นโยบายประชานิยม ก่อเกิดโครงการช่วยคนจนมากมาย รวมทั้งการปรับลดหนี้ การแจกที่ดินให้กสิกรและสวัสดิการสังคมต่างๆ เมื่อโครงการเหล่านั้นมีผู้ไม่เห็นด้วยหรือเกิดความผิดพลาดและถูกตำหนิ ประธานาธิบดีชาเวซก็ตอบโต้ด้วยมาตรการสารพัด รวมทั้งการแทรกแซงและข่มขู่สื่อ จนบรรณาธิการบางคนอยู่ไมได้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;การป้อนข้อหาค้ายาเสพติดให้ฝ่ายตรงกันข้าม การแต่งตั้งพรรคพวกเข้าไปคุมองค์กรหลักๆ การไล่ข้าราชการประจำออก โดยเฉพาะนักตรวจบัญชีที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา การเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีไม่ต่างกับการเล่นเก้าอี้ดนตรีของเด็กๆ การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม การครอบงำกกต.เพื่อหวังจะได้เสียง 2 ใน 3 ซึ่งจะเอื้อให้เขาทำอะไรได้ตามอำเภอใจ โดยฝ่ายค้านไม่สามารถยับยั้งได้ เมื่อไม่สามารถทำได้ก็ใช้วิธีขู่รัฐสภาว่าจะยุบและปกครองด้วยอำนาจฉุกเฉินอยู่เรื่อยๆ การได้รับเลือกตั้งอย่างท่วมท้น นอกจากกระตุ้นให้ประธานาธิบดีชาเวซทำอะไรๆ ภายในเวเนซุเอลาดังที่กล่าวแล้ว ยังทำให้เขาเกิดความเชื่อมั่นสูงและพยายามทำตัวเป็นผู้นำของประเทศด้อยพัฒนาบางกลุ่ม..."&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;strong&gt;เปรียบเทียบกับประเทศไทยในยามนี้ ช่างคล้องจองกันอย่างไม่ผิดเพี้ยน แล้วอนาคตประเทศไทยกับ "นายกรัฐมนตรีของเรา" จะเป็นเช่นไร&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;ผมกังวลใจนอนไม่หลับถึงขั้นต้องกลับไปค้นหนังสือรวมคอลัมน์ของอาจารย์ไสวเล่มล่าสุดชื่อ &lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;em&gt;"ประชานิยม: หายนะจากอาร์เจนตินาถึงไทย?"&lt;/em&gt;&lt;/span&gt; มาอ่านซ้ำอีก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;strong&gt;จึงขอแนะนำให้ "นายกรัฐมนตรีของเรา" หาเวลาว่างอ่านหนังสือเล่มนี้บ้าง เพราะได้เล่าย้อนเวลาประวัติศาสตร์เศรษฐกิจเชิงเปรียบเทียบของประเทศอาร์เจนตินากับประเทศไทยว่าช่างละม้ายคล้ายคลึงกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วเรื่องร้ายๆ มักเกิดในอาร์เจนตินาก่อนไทย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงประวัติศาสตร์ใกล้ที่สุดว่าด้วยผลพวงจากนโยบายประชานิยมของผู้นำอาร์เจนตินาที่ใช้ได้ผลในระยะแรกๆ ต่อมาเมื่อย่ามใจใช้เงินมือเติบจากอนาคตอย่างไม่หยุดหย่อน หวังสร้างฐานคะแนนนิยมในระดับรากหญ้าเพื่อครองอำนาจแบบเบ็ดเสร็จตลอดกาล แต่ต่อมานโยบายประชานิยมสุดกู่เริ่มสะดุด จนทำให้ประเทศและชาวอาร์เจนตินาต่างมีภาระหนี้สินท่วมหัวจนเกิดกลียุคในเวลาต่อมา&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;em&gt;ส่วนอนาคต ประเทศไทยจะเดินตามรอยอาร์เจนตินาหรือไม่ ดร.ไสวชี้แนะว่า สถานการณ์ประเทศไทยยังไม่สายเกินไปในการหลีกหนีจากหายนะแบบเดียวกันได้ หากผู้นำไทยไม่ถลำลึกกับนโยบายประชานิยมไปมากกว่านี้ แม้ว่านโยบายประชานิยมเป็นพิมพ์เดียวกับอาร์เจนตินา&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;ผมอ่านหนังสือเล่มนี้อย่างตั้งใจ เพราะรู้จัก ดร.ไสว เป็นอย่างดีกับบทบาทอดีตเศรษฐกรอาวุโสประจำธนาคารโลก ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกา เขียนคอลัมน์จากต่างแดนมาลงในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจและเนชั่นสุดสัปดาห์ทุกสัปดาห์ ด้วยมุมมองของนักวิชาการอิสระที่ห่วงอนาคตประเทศไทย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;เพราะเคยคลุกคลีศึกษาสาเหตุความรุ่งโรจน์และความล่มสลายทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในแถบละตินอเมริกา ที่ยังไม่เคยปรากฏว่านโยบายประชานิยมประสบความสำเร็จแบบยั่งยืน ส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยอาการเศรษฐกิจที่ดูดีมากๆ แต่มักลงท้ายมักหนีไม่พ้นความล่มสลาย&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;strong&gt;อ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว เกิดความรู้สึกห่วงอนาคตประเทศไทยจนนอนไม่หลับมาหลายวันแล้ว เพราะ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ค่อนข้างมือเติบในการใช้เงินเป็นตัวตั้งในการแก้ปัญหาของประเทศ มากกว่ามุ่งแก้ไขเชิงโครงสร้างเพื่อขจัดรากเหง้าของปัญหา&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;ตัวอย่างล่าสุดคือการแก้ปัญหาความยากจนด้วยวิธีการลงทะเบียนคนจน แล้วจะปรับโครงสร้างหนี้นอกระบบของคนจนให้เข้ามาในระบบ คำนวณกันง่ายๆ ถ้าจ่ายเงิน &lt;strong&gt;50,000 ล้านบาทต่อ 1 คน&lt;/strong&gt;เทียบกับจำนวนคนจนที่มาจดทะเบียนแล้ว 8 ล้านคน จะใช้เงินประมาณ &lt;strong&gt;4 แสนล้านบาท&lt;/strong&gt; ซึ่ง "นายกรัฐมนตรีของเรา" ถือว่าไม่มาก และจะแก้ไขความยากจนให้หมดจากแผ่นดินไทยภายใน 5 ปี&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;ปัญหาภาคใต้ที่เรื้อรังมานานหลายชั่วคน แต่ปะทุรุนแรงที่สุดตั้งแต่ต้นปีนี้ จะสามารถแก้ไขได้ด้วยแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้น้ำไหล-ไฟสว่าง-ทางดี ที่เชื่อว่าจะทำให้โจรก่อการร้ายภาคใต้สูญพันธุ์ภายใน 3 ปี ด้วย&lt;strong&gt;เงินประมาณ 27,000 ล้านบาท&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;วิกฤติจราจรกรุงเทพฯ ที่กลับมาสาหัสมากกว่าช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ พร้อมๆ กับอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในช่วง 3-4 ปี จะสามารถแก้ไขได้ด้วยการสร้างระบบขนส่งและจราจรขนาดใหญ่ด้วย&lt;strong&gt;เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 7-8 แสนล้านบาท&lt;/strong&gt;ที่ "นายกรัฐมนตรีของเรา" บอกว่าไม่มากอีกเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;การเนรมิตกรุงเทพมหานครให้กลายเป็นนครแห่งแฟชั่นของเอเชีย กำลังจะสำเร็จได้ด้วย&lt;strong&gt;เงินไม่ต่ำกว่า 1,800 ล้านบาท&lt;/strong&gt; ที่เริ่มถูกละเลงกลางถนนและคงจะเห็นการโฆษณาแฟชั่นโชว์แบบเปลือกๆ ไร้แก่นที่มาจากฝีมือดีไซเนอร์ไทย เกลื่อนกลาดไปตามโทรทัศน์และบิลบอร์ดทั่วโลก&lt;br /&gt;การสร้างทีมฟุตบอลไทยให้ไปแข่งฟุตบอลโลก แม้จะเริ่มต้นจากเศษๆ &lt;strong&gt;เงินส่วนตัวของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" กับ "เจ้าสัวเบียร์" ประมาณ 1,400 ล้านบาท&lt;/strong&gt; เพื่อซื้อหุ้น 25% ของทีมลิเวอร์พูล ที่เป็นขวัญใจคนไทยและทั่วโลก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;em&gt;มองแบบหยาบๆ ย่อมจะต้องซูฮกในความใจถึงของคนรวยที่สุดในประเทศ 2 คนที่มีความมุ่งมั่นทำให้ประเทศไทยดังสนั่นโลก แต่คงจะไม่เกิดการพัฒนาฟุตบอลไทยมากเท่ากับการหักเงินสัก 10% มาเป็นเงินก้นถุงไว้ช่วยสรรหาเด็กฝีเท้าเก่งๆ จากทั่วประเทศมารวมทีม ให้มีเงินเดือนประจำไม่ต้องเรียนหรือทำงานอย่างอื่น ทุ่มเงินสั่งโค้ชฟุตบอลชั้นยอดของโลกมาฝึกทุกวันตั้งแต่อายุสัก 10 ขวบ อีก 10 ปีคงจะทำให้ประเทศไทยได้ทีมชาติที่ไปไกลถึงฟุตบอลโลกได้&lt;br /&gt;&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นกว่า &lt;strong&gt;2 ล้านล้านบาท&lt;/strong&gt; ถูกวัดด้วยมูลค่าตลาดของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ถูกปั่นขึ้นไปเกินกว่า 800 จุดในช่วงปลายปี&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ "นายกรัฐมนตรีของเรา" เกิดอาการร้อนรุ่มกับการต่อต้านการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และลุกลามไปถึงรัฐวิสาหกิจประเภทสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่กำลังรอคิวแปรรูปเพื่อสร้างความมั่งคั่งทางตัวเลขมูลค่าตลาดให้กับเศรษฐกิจไทย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;ผมกลับไปอ่านคำทำนายของบรรดาโหราจารย์ในช่วงปลายปีที่แล้วที่เคยถูก "นายกรัฐมนตรีของเรา" ไล่ให้เลิกอาชีพหมอดู เพราะดันไปทำนายว่าปีลิงดุจะทำให้ "นายกรัฐมนตรีของเรา" ดวงตกจนถึงขั้นคลอนแคลนจากวิกฤติที่คาดไม่ถึง กลับไปอ่านอีกครั้งอดร้องอุทานว่าถูกต้อง (เป็นส่วนใหญ่) นะคร้าบ ไม่ได้แล้วยิ่งนอนไม่หลับไปยกใหญ่ เพราะหลายคำทำนายยังไม่เกิดในช่วงไตรมาสแรก&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8310874-109605769755798067?l=kidnokkok.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kidnokkok.blogspot.com/feeds/109605769755798067/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8310874&amp;postID=109605769755798067' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109605769755798067'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109605769755798067'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kidnokkok.blogspot.com/2004/09/blog-post_109605769755798067.html' title='บทความ &quot;บทเรียนคล้องจอง, คำทำนายถูกต้องนะคร้าบ&quot;'/><author><name>Oh My God Publishing</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15063423040217193787</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/3.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8310874.post-109605670052716439</id><published>2004-09-24T14:00:00.000-07:00</published><updated>2004-10-10T11:58:01.746-07:00</updated><title type='text'>บทความ "เศรษฐกิจไทยจะไปโลด" </title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;&lt;em&gt;กรุงเทพธุรกิจ วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2546&lt;br /&gt;ชำนาญ พิเชษฐพันธ์&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;ผมไม่อยากคิดว่า อะไรจะเกิดขึ้น ไม่อยากเห็นประเทศถอยหลังลงคลอง แต่เมื่ออ่านหนังสือเล่มที่ว่าของ ดร.ไสว แล้ว ก็อดเป็นห่วงเป็นกังวลไม่ได้ ไม่อยากเห็นประเทศไทยเป็นอย่างประเทศอาร์เจนตินา&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมกับ ดร.ไสว บุญมา รู้จักกันมากว่า 40 ปีแล้ว ตอนเด็กๆ ดร.ไสว เป็นนักเรียนบ้านนอกคอกนาโรงเรียนเดียวกับผม แต่เป็นรุ่นพี่แล้วก็เป็นพี่ชายเพื่อนสนิทของผมด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตอนที่ยังเป็นเด็กนักเรียนบ้านนอก ดร.ไสว ได้ทุน AFS ไปเรียนที่ประเทศอเมริกา 1 ปี เป็นที่กล่าวขานของนักเรียนทั้งโรงเรียน และคนทั้งอำเภอ (ดีไม่ดี ทั้งจังหวัดอีกต่างหาก)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดร.ไสว ไปทำยังไงมายังไงจนได้เป็น "ดอกเตอร์" ได้เป็นนักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของธนาคารโลก ทำงานที่อเมริกาตั้ง 20 กว่าปี ผมไม่รู้ แล้วที่ ดร.ไสว เขียนหนังสือมาตั้งหลายเล่มแล้ว ผมก็ไม่รู้อีกเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อไม่นานมานี้ ผมทราบว่ามีหนังสือของ ดร.ไสว ชื่อ &lt;em&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;"ประชานิยม: หายนะจากอาร์เจนตินาถึงไทย?"&lt;/span&gt;&lt;/em&gt; พิมพ์โดย บริษัท เนชั่นบุ๊คส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด วางขายที่ร้านหนังสือซีเอ็ด ผมก็เลยไปหาซื้อมาอ่าน ผมถึงได้รู้ว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มที่ 11 ที่ ดร.ไสว เขียนมาแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;อ่านไปได้ยังไม่ถึงครึ่งเล่มก็บอกตัวเองว่า ก่อนที่ ดร.ไสว จะเขียนหนังสือเล่มนี้ ต้องศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศอาร์เจนตินาโดยละเอียด อ่านแล้วได้ทั้งข้อมูลที่หายาก ได้ทั้งประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของประเทศไทยและประเทศอาร์เจนตินา ได้ทั้งแนวความคิดในการบริหารประเทศทั้งด้านการเมืองการปกครอง และเศรษฐกิจ เป็นหนังสือที่คุ้มค่า แล้วก็อยากแนะนำให้ผู้สนใจไปหาซื้อมาอ่าน&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าจะบอกว่าผมเชียร์ ผมก็รับว่าเชียร์ แต่ผมไม่ได้เชียร์เพราะรู้จักกับ ดร.ไสว ผมเชียร์เพราะเนื้อหาสาระของหนังสือต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมได้ยินนักการเมืองบ้านเราบอกอยู่ตลอดว่า &lt;strong&gt;เศรษฐกิจบ้านเรากำลังไปโลด&lt;/strong&gt; ปลายปีที่แล้วมีนักวิชาการออกมาคาดการณ์ว่าปีนี้ประเทศไทยจะโตประมาณ 5% ท่านนายกฯ ก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง บอกว่าทำอะไร จะคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไม่ยักถามกันก่อน ทำนายอย่างนี้ไม่ถูก เพราะท่านนายกฯ ท่านกะของท่านเองว่าปีนี้ไทยเราต้องโต 6%&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นักวิชาการบางคนที่ขาดๆ เกินๆ เลยตัวโก่งตัวงอ แล้วก็ออกมาบอกว่า &lt;em&gt;"จริงครับ ท่านครับ ปีนี้ต้องโต 6% จริงๆ ครับ"&lt;br /&gt;&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;แล้วก็ดูเหมือนว่าสิ่งที่ท่านนายกฯ พูดจะถูกต้องเสียด้วย เพราะทั้งๆ ที่จะมีโรคซาร์ส ระบาดอย่างหนักจนนักท่องเที่ยวหายหมด จนโรงแรมไม่มีคนพัก ประเทศไทยยังมีเงินชำระหนี้ไอเอฟเอ็มหมดก่อนกำหนด คนแห่กันซื้อรถยนต์ใหม่ป้ายแดงกันเหมือนกับว่าเขาแจกฟรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;แล้วก็ดูเหมือนว่า โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดของราชการของธนาคาร และบริษัทเอกชนอื่นๆ เงียบไปมากทีเดียว ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ผมมีความรู้สึกที่ดี แล้วก็ชักจะเชื่อว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังจะไปโลดอย่างที่รัฐบาลบอกซ้ำแล้วซ้ำอีกตามที่ปรากฏในสื่อมวลชน&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;พออ่านหนังสือของ ดร.ไสว เล่มที่ว่าแล้ว ผมชักเป็นกังวล เป็นกังวลว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในขณะนี้จะไม่ใช่การเติบโตทางเศรษฐกิจของจริงที่ยั่งยืนเสียแล้ว&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะการเติบโตของเศรษฐกิจโดยการนำนโยบายประชานิยมมาใช้นี้ประเทศอาร์เจนตินาทำมาก่อน ทำแล้วทำให้เศรษฐกิจของประเทศล่มสลายหลายหนซะด้วย ประชาชนผู้เดือดร้อนก็เดินขบวนกันใหญ่ ทหารทนไม่ไหว ก็ปฏิวัติกันไม่รู้จักกี่หนต่อกี่หน แต่อาร์เจนตินาไม่เข็ด ยังคงทำต่อไป ยังเอานโยบายประชานิยมมาใช้ต่อไป เพราะนักการเมืองที่นั่นรักอำนาจมากกว่าประเทศ เอาเงินประเทศไปทำคะแนนนิยมเพื่อตัวเองจะได้เป็นใหญ่เป็นโตตลอดกาล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แถมตอนที่เอานโยบายประชานิยมออกมาใช้ ยังแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจของประเทศโตขึ้นอย่างน่าพอใจอีกต่างหาก ก็เพราะตอนที่เอานโยบายประชานิยมมาใช้ อย่างเช่น &lt;strong&gt;นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค พักชำระหนี้เกษตรกร ธนาคารคนจน กองทุนหมู่บ้าน ฯลฯ &lt;/strong&gt;ประชาชนมีเงินมีทองจับจ่ายใช้สอยกันมาก นอกจากจะเอาไปซื้อพัดลม ตู้เย็น หม้อหุงข้าวไฟฟ้าแทนเตาถ่านแล้ว ยังมีเหลือเอาไปซื้อโทรศัพท์มือถือกับมอเตอร์ไซค์ ด้วยแน่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เศรษฐกิจมันก็โต เพราะของที่ผลิตออกมาแล้วขายได้ รัฐบาลก็เก็บภาษีได้ เงินหมุนเวียนก็มีมาก ธนาคารก็ให้กู้ เงินลงทุนเลยมากตามมาด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;และแล้วความจริงก็ต้องปรากฏขึ้นสักวันหนึ่ง เพราะถ้ารวยแบบปลอมๆ รวยเพราะเอาเงินคนอื่นมาใช้ วันนี้เราอาจหลอกคนอื่นได้ว่าเรารวย แต่เมื่อถึงวันหนึ่ง วันที่เจ้าหนี้ทวงเงินที่ให้ยืมมาคืน ความจริงก็จะปรากฏว่าที่เราแสดงต่อใครๆ ว่าเรารวยนั้น มันเป็นเงินของคนอื่นทั้งนั้น มันเป็นการรวยแบบหลอกๆ รวยแบบ "ฟองสบู่" ทั้งนั้น&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช่นว่านโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคนี่แหละ ประชาชนส่วนใหญ่ต้องชอบแน่ๆ โดยเฉพาะคนจน เพราะรักษาโรคด้วยเงินจำนวนแค่ 30 บาท แต่รัฐบาลต้องออกค่ารักษาพยาบาลให้อีกจำนวนมาก เขาถึงว่าเป็นนโยบายประชานิยมไงล่ะ เมื่อรัฐบาลต้องใช้เงินกับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคด้วยเงินจำนวนมหาศาลอย่างนี้ วันหนึ่งปัญหาก็จะต้องเกิด เพราะไม่มีเงินที่จะเอามาใช้จ่ายในโครงการนี้อีกต่อไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;em&gt;วันที่เกิดปัญหาจะเป็นวันที่ประชาชนไม่อาจรักษาทุกโรคด้วยเงิน 30 บาทอีกต่อไปนั่นแหละ มันเป็นการสูญเสีย เสียสิ่งที่เคยได้ แม้ว่าสิ่งที่เคยได้นั้นมันจะไม่ควรได้มาตั้งแต่ต้นก็ตาม ความสูญเสียนี่จะทำให้เกิดความวุ่นวายในประเทศ ผมไม่อยากคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่อยากเห็นประเทศถอยหลังลงคลอง แต่เมื่ออ่านหนังสือเล่มที่ว่าของ ดร.ไสว แล้ว ก็อดเป็นห่วงเป็นกังวลไม่ได้ ไม่อยากเห็นประเทศไทยเป็นอย่างประเทศอาร์เจนตินา&lt;br /&gt;&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ผมก็เลยบอกตัวเองบ่อยๆ ว่า เราน่าจะหลีกเลี่ยงนโยบายประชานิยมเสียแต่วันนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายในอนาคต เราอย่าไปชื่นชมกับสิ่งลวงตา อย่าไปชื่นชมกับสิ่งหลอกๆ อย่าไปชื่นชมกับฟองสบู่ที่จะทำให้เราเจ็บตัวในอนาคตเลย เราเคยเจ็บมาแล้ว เจ็บมาตั้งแต่ปี 2540 แล้ว เจ็บแล้วต้องจำ ต้องเอาความเจ็บปวดนั้นมาเป็นครู&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;แล้วผมก็ไปนึกถึงคำพูดของอดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาท่านหนึ่งที่บอกว่า &lt;em&gt;"อย่าถามว่าประเทศให้อะไรท่านบ้าง แต่จงถามว่าท่านให้อะไรแก่ประเทศของท่านบ้าง"&lt;br /&gt;&lt;/em&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งก็เป็นเรื่องง่ายๆ เห็นกันชัดๆ ถ้าทุกคนตอดเงินจากบ้านกันหมด วันหนึ่งบ้านก็พัง ถ้าประชาชนตอดเงินของประเทศ ข้าราชการกินเงินหลวงด้วยวิธีการต่างๆ นักการเงินโกงเงินรัฐบาลด้วยการตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างทำงานเสียเอง หรือเอาเปอร์เซ็นต์จากผู้รับเหมา วันหนึ่งประเทศก็ล่มจมอีก ล่มจมเหมือนวันนี้อีก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าประเทศไทยบริหารด้วยผู้บริหารที่มีสติปัญญา เอาเงินของประเทศไปแจกให้แก่ประชาชนเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้กับตัวเอง ข้าราชการทุจริต นักการเมืองฉ้อฉล โกงเงินของรัฐจำนวนมากๆ อย่างนี้ ประเทศไทยจะไปรอดได้อย่างไร ความเติบโตทางเศรษฐกิจที่มองเห็นในปัจจุบันก็จะเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;แต่ถ้าประเทศไทยบริหารด้วยคนที่มีสติปัญญา เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง แล้วคนในประเทศช่วยกันเสียสละเพื่อชาติ กรณีอย่างว่านี้ต่างหากที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยไปโลด&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8310874-109605670052716439?l=kidnokkok.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kidnokkok.blogspot.com/feeds/109605670052716439/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8310874&amp;postID=109605670052716439' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109605670052716439'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109605670052716439'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kidnokkok.blogspot.com/2004/09/blog-post_109605670052716439.html' title='บทความ &quot;เศรษฐกิจไทยจะไปโลด&quot; '/><author><name>Oh My God Publishing</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15063423040217193787</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/3.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8310874.post-109605582978455799</id><published>2004-09-24T13:55:00.000-07:00</published><updated>2004-10-10T11:59:32.256-07:00</updated><title type='text'>ติดต่อสั่งซื้อ</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/10.jpg"&gt;&lt;img style="BORDER-RIGHT: #000000 1px solid; BORDER-TOP: #000000 1px solid; MARGIN: 2px; BORDER-LEFT: #000000 1px solid; BORDER-BOTTOM: #000000 1px solid" src="http://photos1.blogger.com/img/176/1839/320/10.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;book &lt;a target="ext" href="http://www.hello.com/"&gt;&lt;img style="BORDER-RIGHT: 0px; PADDING-RIGHT: 0px; BORDER-TOP: 0px; PADDING-LEFT: 0px; BACKGROUND: none transparent scroll repeat 0% 0%; PADDING-BOTTOM: 0px; BORDER-LEFT: 0px; PADDING-TOP: 0px; BORDER-BOTTOM: 0px" alt="Posted by Hello" src="http://photos1.blogger.com/pbh.gif" align="absMiddle" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;คิดนอกคอก ทำนอกคัมภีร์&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#993399;"&gt;มีจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป จัดจำหน่ายโดย บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากองค์กร หน่วยงาน สถาบัน หรือกลุ่มบุคคลใดต้องการสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก กรุณาสอบถามราคาพิเศษได้ที่ 0-2925-2308, 09-6901169, 01-9389057, 09-8973240 แฟกซ์ 0-2868-6672 หรือ &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="mailto:ohmygodbooks@yahoo.com"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#993399;"&gt;ohmygodbooks@yahoo.com&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8310874-109605582978455799?l=kidnokkok.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kidnokkok.blogspot.com/feeds/109605582978455799/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8310874&amp;postID=109605582978455799' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109605582978455799'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109605582978455799'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kidnokkok.blogspot.com/2004/09/blog-post_109605582978455799.html' title='ติดต่อสั่งซื้อ'/><author><name>Oh My God Publishing</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15063423040217193787</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/3.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8310874.post-109708434193063528</id><published>2004-09-11T11:11:00.003-07:00</published><updated>2004-10-10T12:00:10.836-07:00</updated><title type='text'>แนะนำ สำนักพิมพ์ โอ้ พระเจ้า พับลิชชิ่ง</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;สำนักพิมพ์ โอ้ พระเจ้า พับลิชชิ่ง&lt;br /&gt;OH MY GOD PUBLISHING HOUSE&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/3.jpg"&gt;&lt;img style="BORDER-RIGHT: #000000 1px solid; BORDER-TOP: #000000 1px solid; MARGIN: 2px; BORDER-LEFT: #000000 1px solid; BORDER-BOTTOM: #000000 1px solid" src="http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/3.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;strong&gt;…Let There Be Light…&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#339999;"&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;ท่&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ามกลางความผุกร่อนของยุคสมัย สำนักพิมพ์ &lt;span style="color:#339999;"&gt;โอ้ พระเจ้า พับลิชชิ่ง&lt;/span&gt; ถือกำเนิดขึ้นจากความสะเทือนใจและความใฝ่ฝันของคนกลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่งที่ปรารถนาจะเห็นโลกใบใหม่ที่ดีกว่าเดิม โลกที่ผู้คนจะใช้ชีวิตด้วยความสุข ความสร้างสรรค์ และการแบ่งปัน มากกว่าจะเป็นโลกแห่งความทุกข์ การทำลาย และการเบียดเบียนเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เรามีความปรารถนาอย่างแรงกล้าว่าในอนาคตข้างหน้า &lt;span style="color:#339999;"&gt;โอ้ พระเจ้า พับลิชชิ่ง&lt;/span&gt; จะเข้มแข็งพอที่จะเป็นคานงัดเล็กๆที่มีความหมายต่อสังคมไทย ใช้ตัวหนังสือและอักษรเพื่อช่วยรังสรรค์และโอบอุ้มสังคมนี้ขึ้นมาใหม่ ด้วยหวังว่าวันหนึ่งสังคมจะหันเหออกจากทิศทางแห่งความทุกข์โศกและการทำลายตัวเอง สู่เส้นทางแห่งความดี ความงาม และความจริง&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;ทั้งนี้เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้หากผู้คนในสังคมไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นเบื้องต้น ดังนั้น &lt;span style="color:#339999;"&gt;โอ้ พระเจ้า พับลิชชิ่ง&lt;/span&gt; จึงให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการคัดสรรและจัดพิมพ์หนังสือที่นำเสนอองค์ความรู้และปัญญาอมตะ(&lt;em&gt;Perennial Wisdom&lt;/em&gt;)เพื่อการบำบัดและเปลี่ยนแปลงตนเอง สร้างเสริมคุณภาพชีวิต และเพื่อการเติบโตทางจิตวิญญาณ ด้วยเชื่อมั่นว่ายังมีหนทางอื่นอีกที่จะใช้ชีวิต ยังมีวิถีอื่นอีกที่จะประสบความสำเร็จบนโลกใบนี้ และยังมีแนวทางอื่นอีกให้มนุษย์ได้เข้าถึงความจริงแห่งชีวิตและจิตวิญญาณ หนังสือดังกล่าวจะอยู่ในหมวด &lt;em&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;Mind, Body &amp;amp; Spirit&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;นอกจากนี้เรายังตระหนักถึงความสำคัญของการนำเสนอองค์ความรู้และกระบวนทัศน์ใหม่ ๆ ในมิติต่างๆ ของสังคม ด้วยเหตุว่าเรากำลังอยู่ในระบบสังคมเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่มีพลวัตรซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีองค์ความรู้ที่ร่วมสมัยและรอบด้าน เพื่อทำความเข้าใจต่อระบบดังกล่าว และนำความเข้าใจนั้นมาใช้ประโยชน์หรือหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ต่อตนเอง สังคม ธุรกิจ และมนุษยชาติ หนังสือดังกล่าวจะอยู่ในหมวด &lt;em&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;Integral Vision&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;นอกจากนั้นแล้ว เรายังมุ่งหมายที่จะจัดพิมพ์วรรณกรรมร่วมสมัยที่สร้างแรงบันดาลใจเชิงบวกแก่ชีวิตและมีคุณค่าในเชิงจิตวิญญาณอีกด้วย หนังสือดังกล่าวจะอยู่ในหมวด &lt;em&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;Inspiring Literature&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;strong&gt;น&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;โยบายหนึ่งของสำนักพิมพ์ คือ การปันกำไรส่วนหนึ่งจากการขายหนังสือทุกเล่มเพื่อนำไปบริจาคแก่เด็กยากจนที่ด้อยโอกาสหรือทำประโยชน์แก่สาธาณกุศลตลอดไป&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;span style="color:#339999;"&gt;**&lt;/span&gt;&lt;em&gt;ชื่ออย่างเป็นทางการของสำนักพิมพ์คือ &lt;span style="color:#339999;"&gt;บริษัท โอ้ พระเจ้า พับลิชชิ่ง จำกัด&lt;/span&gt; (ทะเบียนเลขที่ 0127354705206)&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8310874-109708434193063528?l=kidnokkok.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://kidnokkok.blogspot.com/feeds/109708434193063528/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8310874&amp;postID=109708434193063528' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109708434193063528'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8310874/posts/default/109708434193063528'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://kidnokkok.blogspot.com/2004/09/blog-post_109708434193063528.html' title='แนะนำ สำนักพิมพ์ โอ้ พระเจ้า พับลิชชิ่ง'/><author><name>Oh My God Publishing</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15063423040217193787</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='30' height='32' src='http://photos1.blogger.com/img/176/1839/640/3.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
